ค้นหาบล็อกนี้
♑ นิทาน | เทพเจ้ากรีก | นิยาย | นิยายใต้หมอน | นิยาย อิง เทพนิทาน | ตำนานกรีก | นิทานดวงดาว.⋆。˚☪︎ . : แมงมุมใต้เตียง | นิยายสบายฟัง | นิยายรสแซ่บ | ERO-ROM-COM | ERO FAN ROM COM | Dup-Con |
เรื่องที่แนะนำ
- รับลิงก์
- X
- อีเมล
- แอปอื่นๆ
ไซคี กับ อีรอส | นิยายโรมานซ์ ♔ นิทานเทพเจ้า
The tale of Cupid and Psyche
แนะนำตัวละคร
อีรอส กามเทพหนุ่ม บุตรชายของวีนัสเป็นตัวแทนของความปรารถนาแห่งความรักที่รุนแรง และเขาได้รับการพรรณนาถึงการแผลงศรไปยังผู้คน เพื่อที่จะทำให้พวกเขาตกหลุมรักซึ่งกันและกัน
ไซคี หญิงสาวชาวมนุษย์ปุถุชนธรรมดาที่เกิดมาพร้อมความโสภาพิลาศล้ำ ขนาดที่ทำให้เทวีแห่งความงดงามยังแพ้พ่ายจนเกิดความอิจฉาริษยาได้ และในตำนานก็เปรียบให้เธอเป็นตัวตนของจิตวิญญาณของเหล่ามวลมนุษย์ (รูปลักษณ์ของเธอคือเทพธิดาที่มีปีกผีเสื้อ : เพราะ 'ผีเสื้อ' ยังเป็นคำภาษากรีกโบราณโดยมีความหมายถึงคำว่า 'จิตใจ') ส่วนในความเป็นจริงเธอเป็นสัญลักษณ์หรือตัวแทนของจิตวิญญาณที่ถูกชำระให้บริสุทธิ์ด้วยความสนใจ ความโชคร้าย และคือผู้ซึ่งเตรียมพร้อมที่จะเพลิดเพลินไปกับความสุขชั่วนิรันดร์
เรื่องราวความรักและความไว้วางใจระหว่างของอีรอส(กามเทพในภาษาละติน) และไซคี(แปลว่า "วิญญาณ" ในภาษากรีก) ซึ่งในเทพนิยายยกให้ไซคีเป็นสิ่งที่แสดงถึงจิตวิญญาณของมนุษย์ ทำให้เราสามารถเห็นความพากเพียรของชายคนหนึ่งได้แม้ว่าเขาจะถูกครอบงำด้วยความหลงใหล และความพยายามของผู้หญิงคนหนึ่งที่จะเอาชนะอุปสรรค ความลำบากมากมาย เพื่อที่จะบรรลุความสุขแห่งความรัก
⋆。˚★ .ชี้แจงก่อนอ่าน⋆。˚★ .
นิยายเรื่องนี้แปลเนื้อหามาจากจากนิทานโบราณ ซึ่งต้นเรื่องหลักเลือกคัดบางส่วน เฉพาะบท The tale of Cupid and Psyche ออกมาจากต้นฉบับหนังสือ IV ถึง VI ของ The Golden Ass โดย Lucius Apuleius (2nd Cent. A.D. ) บวกกับนิยายฉบับที่เรียบเรียงใหม่โดย วิลเลียม แอดลิงตัน (1566) นำมาผสมให้กลมกล่อม … ซึ่งจะถูกขัดเกลาและดัดแปลงแก้ไขด้วยสำนวนตามถนัดของนามปากกา 'ก็ ณ ก่อนนั้น' เพื่อให้มาอยู่ในบริบทที่กระชับ อ่านง่าย ทันสมัยแต่ยังไม่ทิ้งไอกลิ่นโบราณไปซะหมด พร้อมเสริมบทโรแมนติก ลำนำโรมานซ์เข้ามาเป็นตอนพิเศษเพิ่มความหวาม หวาน อ่านกันจนฟินจุใจ จุกๆ .. จะอ่านกี่รอบก็ชอบที่ฝุดๆ ด้วยค่ะ
เทพนิทานเล่าเรื่องโดยย่อ
เรื่องราวความรักอันน่ารื่นรมย์ที่สุดของเทพบุตรแห่งความรักและสาวมนุษย์ไซคี
เป็นเรื่องราวที่เล่าถึงการแสวงหาความรักและความไว้วางใจระหว่าง อีรอส และไซคีโดยเทวีวีนัสรู้สึกอิจฉาในความงามของเจ้าหญิงไซคีที่เป็นมนุษย์ปุถุชนในขณะที่ผู้ชายทั้งหลายต่างทิ้งแท่นบูชาของเธอไว้ให้รกร้าง เพื่อหันมาสรรเสริญหญิงสาวที่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ดังนั้นพระนางจึงสั่งให้ อีรอส บุตรชายซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรัก ไปทำให้ไซคีตกหลุมรักกับสิ่งมีชีวิตที่น่าเกลียดที่สุดที่เกิดมาบนโลก
แต่เรื่องราวกลับพลิกผัน ⋆。˚★ .
อีรอสตกหลุมรักไซคี จึงแอบพาเธอไปซ่อนไว้ที่ปราสาทของเขา จากนั้นต่อมา ความสงบสุขที่เปราะบางของทั้งคู่ก็ถูกทำลายโดยการมาเยือนของพี่สาวที่ขี้อิจฉาของไซคี ซึ่งทำให้ไซคีทรยศต่อความไว้วางใจของสามีของเธอ อีรอสได้รับบาดเจ็บทั้งทางกายทางใจจากภรรยาของเขา และไซคีต้องเดินทางไปทั่วโลกเพื่อติดตามหาความรักที่โบยบินจากไป ในที่สุดเธอจำใจต้องเข้าไปใกล้วีนัสผู้กำลังโกรธแค้นเพื่อขอความช่วยเหลือ :
และเทวีวีนัสได้กำหนดชุดของภารกิจและอุปสรรค์ที่แสนยากลำบากมาให้ … ซึ่งไซคีจะสามารถบรรลุอุปสรรคและปีนกำแพงแห่งความริษยาและความแค้นของแม่สามีไปได้หรือเปล่า … ช่วยตามไปลุ้นเอาใจช่วยเธอกันเถอะค่ะ ที่นี่ ⋆。˚★ .
Book IV:28-31 นิทานกามเทพกับไซคี:
ความงามอันเป็นตำนานของไซคี
ครั้งหนึ่ง .. มีกษัตริย์องค์หนึ่งที่มีลูกสาวที่สวย สง่า งามล้ำพิไลอย่างหาที่สุดไม่ได้ถึงสามคน แต่แม้กระนั้น 'ไซคี' ก็คือเจ้าหญิง หรือธิดาสาวคนสุดท้องที่สวยผุดผาด ผ่องพรรณ โสภา งามสง่ากว่าบรรดาพี่สาวทั้งสองของเธออย่างห่างไกลยิ่ง และความงดงามนี้ก็ดูเสมือนจะคล้ายราวเป็นคำกล่าวว่าเธอคือเทพธิดาในหมู่มวลมนุษย์ ไม่มีคำเปรียบเปรยใดในหมู่คนที่จนยากข้นแค้นวาจาจะสามารถสรรหามายกย่องเธอได้ หรือแม้แต่จะเพียงอธิบายก็ไม่มากเพียงพอ ประชาชนผู้กระตือรือร้นและผู้มาเยือนมากมายด้วยความปรารถนาอันหาที่เปรียบมิได้นี้ ต่างยืนตะลึงงันด้วยอัศจรรย์ใจในความน่ารักน่าใคร่อันยอดเยี่ยม เลิศเลอ พวกเขาเหล่านั้นมักจะพากันกดนิ้วโป้งและนิ้วชี้แตะชิดกัน จากนั้นยกขึ้นสัมผัสริมฝีปากและก้มศีรษะลง สวดอ้อนวอนด้วยความเคร่งครัดศรัทธาดุจราวกับว่าเธอเป็นเทพธิดาวีนัสอย่างแท้จริง
และเพียงไม่ช้าไม่นานข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองใกล้เรือนเคียงและดินแดนที่อยู่นอกเขตนคร ถึงชื่อเสียงด้านความงามของเจ้าหญิงมนุษย์น้อยที่แพร่กระจายไปทั่วราชอาณาจักร และผู้ชายจากทุกสารทิศก็ยังคงมุ่งหน้าตรงมาที่วังเพื่อมอบของขวัญพร้อมชื่นชมและสรรเสริญความงามที่เล่าลือ ว่าเธอคือเจ้าแม่วีนัสในธาตุมนุษย์ เป็นร่างจำแลงของเทวีแห่งความรักความงามที่ซึ่งกำเนิดมาจากทะเลลึกสีครามเข้ม ปรากฏกายออกมาจากคลื่นฟองเป็นละอองๆ บัดนี้ได้แผ่ขยายผืนดินในที่ต่างๆ การรวมตัวปรากฏเป็นหมู่มนุษย์จำนวนมาก .. หรือถ้าไม่เป็นเช่นนั้น .. แผ่นดินที่ไม่ใช่มหาสมุทรได้ก่อกำเนิดขึ้นใหม่ การเกิดใหม่แห่งสวรรค์ เสมือนเทพีวีนัสอีกองค์หนึ่ง และยังคงเป็นดอกไม้ที่บริสุทธิ์
ข่าวลือในแต่ละวันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ และชื่อเสียงในความงามของเธอก็แผ่ขยายไปทั่วเกาะใกล้เคียง แผ่นดินใหญ่และทั้งหมดยกเว้นเพียงไม่กี่เมือง ผู้คนเดินทางมาจากแดนไกล ล่องเรือในทะเลลึกเป็นฝูงใหญ่เพื่อเป็นสักขีพยานในวัยชรา และนั่นทำให้ศาลเจ้าของวีนัสในเมืองปาฟอส เมืองซีนิดอส และแม้แต่ไซเธอราเองก็ไม่ใช่จุดหมายของพวกเขาอีกต่อไป
วิหารถูกปล่อยให้รกร้าง พิธีกรรมไม่เฉลิมฉลอง แท่นบูชาเย็นเยียบ
ใช่! พิธีกรรมของพระนางถูกละเลย วิหารของวีนัสรกร้างไม่สว่างไสว แท่นบูชาปกคลุมไปด้วยขี้เถ้าที่ถูกทอดทิ้งให้เย็นชืด ไร้การปัดกวาดและเช็ดถู หมอนและเบาะถูกเหยียบย่ำ รูปปั้นไม่ได้ถูกประดับและช่างแกะสลักก็ละเลยไม่คิดจะบรรจงสร้างงานประติมากรรมใหม่ให้เทพเทวีอีกต่อไป เกียรติยศทั้งหมดถูกยกไปสรรเสริญชื่นชมไว้ให้แก่การเกิดมาซึ่งเด็กผู้หญิงที่ธรรมดาและเป็นเพียงธิดาของมนุษย์ปุถุชน
เจ้าหญิงน้อยองค์นั้นกลายเป็นแหล่งที่เหล่ามวลมนุษย์จะบูชาเพื่อแสวงหาพลังอันยิ่งใหญ่ของเทพธิดาต่อหน้าพวกเขาได้ และเมื่อเธอเดินออกมาในตอนเช้า พวกเขาจะเรียกเธอว่าวีนัส และเมื่อเธอเดินผ่านถนน ฝูงชนก็พากันมอบมาลัยและดอกไม้ .. ยิ่งมีคนรู้จักไซคีมากเท่าไหร่ คนเหล่านั้นก็จะยิ่งจดจำเทพีแห่งความรักและความงามได้น้อยลง และการมอบเกียรติยศอันฟุ่มเฟือยจากสวรรค์ให้กับเด็กสาวมนุษย์คนหนึ่งได้ปลุกให้วีนัสโกรธกริ้วด้วยไม่สามารถยอมรับสถานการณ์ดังกล่าวนั้นได้ มันลุกลามอย่างรุนแรงจนไม่อาจควบคุมการระคายเคืองพระทัย .. พระนางทรงส่งเสียงคำรามลึก ร้าย และพูดในทำนองว่า:
“ข้าพเจ้าอยู่นี่! พระแม่ของจักรวาลผู้สร้างองค์ประกอบและความโน้มเอียงบนโลกใบนี้ วีนัส! ที่ถูกผลักดันให้แบ่งปันเสน่ห์ความสง่างามของข้าพเจ้าให้แก่หญิงสาวที่เป็นเพียงชาวมนุษย์ธรรมดา เพื่อให้ชื่อของข้าพเจ้าซึ่งมีฐานะเป็นถึงชาวสวรรค์กลับถูกทำให้เสื่อมทรามโดยความเน่าเฟะของโลกเบื้องล่าง! .. จากนั้นข้าพเจ้าจะต้องยินยอมแบ่งปันคำวิงวอนขอพลังอันศักดิ์สิทธิ์ของข้าพเจ้าให้กับนางมนุษย์ที่ต่ำต้อยอีกคนหนึ่งงั้นหรือ? ข้าพเจ้าต้องอดทนต่อความศัทธาที่คลุมเครือโดยปล่อยให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามาสวมรอยเป็นกายที่สองของข้าพเจ้าใช่หรือไม่? .. หึ! ช่างเป็นอะไรที่เสียแรงเปล่าสำหรับชนชาวผู้เลี้ยงแกะต้อยต่ำ ที่ซึ่งความยุติธรรมและความซื่อสัตย์จะต้องได้รับการอนุมัติจากเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ เพื่อพิจารณาความงามที่ไม่มีใครเทียบได้ของข้าพเจ้าที่เหนือไปกว่าเทพธิดาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายเหล่านั้น! .. แต่ผู้หญิงคนนี้ หรือแม้แต่จะเป็นผู้ใดก็ตาม นางจะไม่สามารถเก็บเกี่ยวความสุขจากการแย่งชิงเกียรติยศของข้าพเจ้าไป .. ไม่ว่านางจะเป็นอะไร อีกไม่นานข้าพเจ้าจะทำให้นางต้องเสียใจกับความงามที่ไม่ใช่สิทธิ์อันสมควรนั่นอย่างแน่นอน!”
และในการนี้พระนางก็ต้องการความช่วยเหลือจากบุตรชายตน ซึ่งก็คือ 'อีรอส' หรือกามเทพคิวปิด ซึ่งเมื่อพระนางก็ทรงเรียกหา เทพบุตรก็ปรากฏกายออกมาอย่างรวดเร็ว
เทพบุตรผู้มีปีก เจ้าของรูปร่างและใบหน้างดงาม สง่า ผมหยิกขอดสีทองทอประกายราวแสงตะวันฉาย ที่ความหล่อเหลาทรงเสน่ห์นั่นก็ได้ชื่อว่าเป็นรองแค่เทพเจ้าอพอลโลเท่านั้นเอง แต่ข้อเสียของอีรอสก็คือการเป็นเทพหนุ่มวัยรุ่นที่ค่อนข้างคะนอง ซุกซน แถมไม่รอบคอบที่สุด ซึ่งนิสัยแย่ๆ นี้ได้แสดงออกถึงการไม่ใส่ใจ และไม่มีความรับผิดชอบต่อศีลธรรมของสาธารณชนอันใดเอาซะเลย เขามักจะติดอาวุธสว่างดั่งเพลิงด้วยคันธนูและลูกศรสีทองของเขา วิ่งเล่นไปทั่วเมืองในเวลากลางคืน ในบ้านของคนอื่น บางหนก็ไถลไปทำลายการแต่งงาน ไปทุกหนทุกแห่ง และกระทำการอันน่าละอายเช่นนั้นโดยไม่เคยต้องรับโทษและไม่ทำความดีชดเชยเลยสักเล็กน้อย
ด้วยคำพูดของวีนัสได้ปลุกความเย่อหยิ่งตามธรรมชาติและความโลดโผนของเทพบุตรหัวแข็งให้สูงมากขึ้น เทวีผู้เลอโฉมทรงกรรแสงด้วยความทุกข์ใจ และบอกให้บุตรชายให้จงช่วยใช้อำนาจแห่งศรรักของเขาบังคับให้เด็กสาวไร้ยางอายคนนี้ตกหลุมรักสิ่งมีชีวิตที่เลวทรามและน่ารังเกียจที่สุดเท่าที่เคยกำเนิดมาบนโลกนี้ ด้วยคำกล่าวที่ว่า
“ข้าจะขอร้องเจ้าด้วยสายใยแห่งความรักของแม่, ด้วยบาดแผลอันหอมหวานแห่งลูกศรจะทำร้ายและสร้างรอยแผลสีน้ำผึ้งที่ทิ้งไว้โดยคบเพลิงไฟ(ราคะ)ของเจ้านี้ จงให้แน่ใจว่ามารดาของเจ้าได้รับการแก้แค้นอย่างเต็มที่ และมีการลงโทษความงามที่หยิ่งผยองของหญิงสาวคนนี้อย่างรุนแรง ให้ดูสิว่า หญิงสาวได้ถูกจองจำด้วยความหลงใหลในชายที่ต่ำช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ของมนุษย์ สำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของ Fortuna (เทพีฟอร์ชูนา เทพีแห่งพรหมลิขิต) จนสูญเสียสถานะ มรดก และความมั่นคง มนุษย์ชายที่ไม่น่าไว้วางใจจนไม่มีที่ไหนในโลกที่เขาจะพบกับความเลวร้ายที่เท่าเทียมกันได้”
จากนั้นพระนางจึงโอบกอดและจุมพิตลูกชายอย่างแผ่วเบาก่อนแยกตัวจากเขามาเพื่อมองหาแนวชายฝั่งที่คลื่นซัดไกลที่สุด เหยียบเท้าสีกุหลาบเหนือยอดที่สั่นสะเทือนของฟองคลื่น ยืนบนพื้นผิวผลึกของส่วนลึกของมัน .. ซึ่งมหาสมุทรสนองความต้องการของพระนางทันทีราวกับได้รับคำสั่งล่วงหน้า เหล่าคณะของนางพรายน้ำอยู่ที่นั่น กำลังร้องเพลงประสานเสียง ปอร์ตูนุส เทพเจ้าดูแลท่าเรือผู้มีเคราสีเขียวน้ำทะเล ซาลาเซีย ภรรยาของเนปจูนที่มีส่วนหนึ่งเป็นปลา และ พาเลมอน เด็กขี่โลมาซึ่งเป็นผู้พิทักษ์เรือ เหล่ากองทหารไทรทันก็กระโจนลงไปในน้ำเช่นกัน ผู้หนึ่งเป่าหอยสังข์อันไพเราะอย่างแผ่วเบา อีกผู้หนึ่งมีร่มกันแดดผ้าไหมปกป้องเธอจากเปลวเพลิงของดวงอาทิตย์ อีกหนึ่งถือกระจกส่องตาของนายหญิง ในขณะที่ยังมีอีกมากมายว่ายน้ำควบคู่ไปกับราชรถของเธอ ซึ่งทั้งหมดนั้นก็คือคณะของวีนัสที่คอยคุ้มกันขณะที่พระนางออกเที่ยวท่องไปในทะเล
** (ปล. ช่วงนี้จะมีบทพิเศษเพิ่มเติม 'ภารกิจของอีรอส' มาให้..และจะหาอ่านเพิ่มกันได้ที่ 'ไซคี ♥ อีรอส : ตอนพิเศษ' หมวดนิยายโรมานซ์ ภายใต้นามปากกา 'แมงมุมใต้เตียง' เท่านั้นจ้า)
Book IV:32-33 นิทานกามเทพกับไซคี:
คำทำนายที่น่ากลัว
วันเวลาผ่านไป อย่างไรก็ตาม เจ้าหญิงแสนเลอโฉมก็รู้สึกแย่ เพราะไม่เพียงแต่ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่สามารถตกหลุมรักใครสักคนได้ แต่ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้นก็ดูเหมือนว่า ไม่มีชายใดที่จะตกหลุมรักเธอเลยสักคนจริงๆ ไม่ทั้งเจ้าชายและสามัญชนที่ประสงค์จะแต่งงานกับเธอ แน่นอนพวกเขาชื่นชมความงามอันศักดิ์สิทธิ์นั่น ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะแตะต้องเพียงปลายก้อย พวกผู้ชายต่างมีความสุขเพียงแค่ชื่นชมเธอไกลๆ จากนั้นพวกเขาก็ผ่านไปและแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน พี่สาวสองคนของเธอแม้ว่าจะมีเสน่ห์น้อยกว่า แต่ก็จัดงานแต่งงานที่หรูหราไปแล้วทั้งสองคนนั่น โดยพวกเธอก็ได้สามีที่มีศักดิ์เป็นถึงกษัตริย์ต่างเมืองด้วยกันทั้งคู่
ไซคีเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก แต่ก็เป็นทุกข์ เศร้า และเหงา แต่แม้กระนั้นเจ้าหญิงน้อยก็ไม่เคยนึกรักชายใดเลย และดูเหมือนว่าไม่มีผู้ชายคนไหนต้องการเธอเป็นภรรยาของเขาเช่นกัน สิ่งนี้สร้างความวิตกกังวลและความทุกข์ให้กับกษัตริย์และราชินีผู้เป็นพ่อแม่ของเธอเป็นอย่างมาก ดังนั้นกษัตริย์จึงเริ่มสงสัยว่าหรือนี่อาจจะเป็นความไม่พอใจของเทพเจ้า และด้วยความกลัวความโกรธของเทพเจ้า เขาจึงออกเดินทางไปที่เมืองชื่อว่า มิเลตุส เพื่อรับคำพยากรณ์ของเทพเจ้าอพอลโล ที่นั่น เขาได้สวดมนต์และถวายเครื่องบูชา และปรารถนาสามีให้ลูกสาวของเขา
แต่คำทำนายของเทพเจ้านั้นแย่มาก ด้วยคำพยากรณ์เป็นภาษาละตินนั้นมีความหมายคือ:
“สิ้นหวังนักแล้ว ราชา บนผาสูงชัน ประดับประดาด้วยวิจิตรของนาง นำพระราชธิดาของพระองค์ไปสู่การแต่งงานที่โชคชะตาอันมิอาจเลี่ยง พานางไปที่ยอดเขาหินแหลมที่สูงที่สุดในราชอาณาจักรของท่านเพื่อทิ้งเจ้าสาวไว้ที่นั่นเพียงลำพัง และหวังว่าจะไม่มีบุตรของนางที่เกิดมาเป็นมนุษย์ สามีที่เจ้าหญิงจะเหมาะเคียงข้างด้วยได้ เขาจะเป็นงูใหญ่มีปีกที่โหดร้ายและน่ากลัว ป่าเถื่อนดุจพญามังกรโบยบินสู่สรวงสวรรค์ ข่มขู่ เขาผู้มีอำนาจมากยิ่งกว่าเทพเจ้า จะขึ้นมา และรับนางไปเป็นภรรยาของเขา”
เมื่อได้ยินคำพยากรณ์ศักดิ์สิทธิ์นี้กษัตริย์ผู้เคยมีความสุขก็เสด็จกลับบ้านอย่างใจสลาย ด้วยความเศร้าโศกอย่างยิ่ง ทรงตรัสกับภริยาถึงคำกล่าวอันมืดมิดของนักพยากรณ์ถึงชะตากรรมที่น่าสังเวชและไม่มีความสุข ไม่มีใครสามารถจินตนาการถึงความสิ้นหวังของครอบครัวและเหล่าผองเพื่อนของไซคีได้ จากนั้นพวกเขาก็เริ่มคร่ำครวญและร้องไห้
จนเมื่อผ่านไปหลายวัน ที่ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาแต่งงานของไซคีแล้ว และด้วยความต้องการที่จะเชื่อฟังคำสั่งจากสวรรค์เพื่อส่งไซคีผู้น่าสงสารไปพบกับผู้ที่เธอถูกกำหนดตามพระบัญชาของพระเจ้า
การเตรียมพิธีกรรมสำหรับการแต่งงานที่เศร้าโศกได้เสร็จสิ้นลง เปลวไฟของคบเพลิงสำหรับงานแต่งงานสลัวด้วยเถ้าควันสีดำ เสียงขลุ่ยอันไพเราะกลายเป็นเสียงคร่ำครวญที่น่าเศร้าสลด หญิงสาวผู้ที่ควรจะแต่งงานอย่างมีความสุขได้เช็ดดวงตาของเธอด้วยผ้าคลุม คนทั้งเมืองเองก็โศกเศร้ากับชะตากรรมอันโหดร้ายที่เกิดขึ้น และวันนั้นมันจึงได้รับการประกาศให้เป็นเวลาแห่งความเศร้าโศกสังเวชใจอย่างถึงที่สุด และเมื่อสิ้นวันสมโภชของสามีที่มิใช่การมาสู่เพื่อชีวิตสมรส ทุกคนต่างก็พากันจัดขบวนเพื่อไปสู่จุดจบและการฝังศพของเธอ แต่พ่อแม่ของเธอเสียใจและพ่ายแพ้ต่อความโชคร้ายครั้งใหญ่นี้จึงลังเลที่จะทำสิ่งที่น่าสยดสยอง แต่ไซคีของพวกเขาเองได้กระตุ้นให้เป็นไปตามกำหนด
“ทำไมต้องทนทุกข์ในวัยชราที่เศร้าโศกด้วยการร้องไห้ไม่รู้จบ? เหตุใดจึงให้ข้าพเจ้าอยากสิ้นลมหายใจด้วยเสียงคร่ำครวญอย่างต่อเนื่องนี้? ไฉนจึงนองน้ำตาซึ่งข้าพเจ้าควรจะเคารพสักการะ? ไยพวกท่านจึงพยายามทำร้ายดวงตาของพวกท่านทั้งคู่? ทำไมต้องดึงทึ้งผมขาว? ไยจึงตีเต้านมที่เลี้ยงดูข้าพเจ้าจนเติบโต? บัดนี้แล้ว จงให้สิ่งนี้เป็นรางวัลอันรุ่งโรจน์ของพวกท่านสำหรับความงามที่มีชื่อเสียงของข้าพเจ้าเถิด มันสายเกินไปที่เราจะเข้าใจถึงการอิจฉาที่ชั่วร้าย ในเมื่อผู้คนทั่วทุกสารทิศต่างได้มอบเกียรติอันศักดิ์สิทธิ์ด้วยเสียงที่พวกเขาเรียกชื่อข้าพเจ้าว่าวีนัสองค์ใหม่ ข้าพเจ้ารู้แล้ว ข้าพเจ้ามาอยู่แต่ในห้วงทุกข์นี้ด้วยนามว่าวีนัสเท่านั้น นั่นคือเวลาที่ควรไว้ทุกข์ ร้องไห้ และเสียใจราวกับว่าข้าพเจ้าได้ตายไปนานแล้ว นำพาข้าพเจ้าไปยังหน้าผาที่นักพยากรณ์กำหนดไว้เถิด ข้าพเจ้าปรารถนาอย่างยิ่งที่จะยุติการแต่งงานที่โชคดีเช่นนี้ จะรอช้าอยู่ไย ข้าพเจ้าอยากพบสามีผู้สูงศักดิ์ เหตุใดจึงต้องปฏิเสธผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ทำลายโลกทั้งใบได้กันเล่า?”
ด้วยเหตุนี้ ขัตติยนารีน้อยผู้เด็ดเดียวที่นิ่งเงียบและก้าวเดินต่อไปอย่างแน่วแน่ พร้อมด้วยฝูงชนที่รายล้อม ซึ่งพวกเขามาถึงศิลาแหลมบนผาสูงชันตามที่กำหนดและวางเจ้าสาวไว้ตามคำสั่งที่นั่น พวกเขาจุดไฟระหว่างทางสว่าง ทิ้งคบไฟไว้ข้างหลัง แต่เมื่อคนในขบวนทั้งหมดก้มหัวต่ำเพื่อเริ่มเดินทางกลับบ้าน ถึงตอนนี้คบไฟเหล่านั้นมันก็ได้ดับไปหมดแล้วทุกดวง บิดามารดาผู้ทุกข์ยากซึ่งอยู่อย่างสุขสบายก็ได้พาตนเองไปในคืนที่ไม่มีที่สิ้นสุด ไปสู่ความมืดมิดนิรันดร์
ไซคี ยังคงนั่งและรอคอยความตายอย่างเดียวดาย ในขณะที่เธอกำลังตัวสั่นและร้องไห้อยู่ท่ามกลางความมืดที่เงียบสงบยามค่ำคืน มีเพียงสายลมอ่อนเบาที่พัดโชยมา แต่สายลมแสนอ่อนโยนนั่นก็หยุดอยู่เพียงเบื้องหน้าเธอ และสายลมนั่นคือ เซเฟอร์ เทพแห่งสายลมตะวันตก ผู้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ 'สายลมที่พัดผ่าน' ซึ่งเป็นผู้ส่งสารแห่งฤดูใบไม้ผลิ เขารับรู้ว่าเธอควรถูกเลี้ยงและดูแลให้ดี เทพแห่งสายลมจึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เจ้าหญิงลืมความเจ็บปวดโศกเศร้า และกล่อมให้เธอนอนหลับใหล จากนั้นไซคีจึงถูกพัดพาไปในอากาศเหนือหินผา ผ่านไปยังทุ่งหญ้านุ่มๆ ที่เต็มไปด้วยมวลดอกไม้ (เป็นสถานที่คล้ายสวนสวรรค์หรือสวนอีเดนที่เราคุ้นชินและจะได้ยินกันบ่อยๆ) เธอค่อยๆ ลอยละล่องตกลงไปในอ้อมอกของสนามหญ้าที่ประดับดอกไม้ในหุบเขาเบื้องล่าง
Book V:1-3 นิทานกามเทพกับไซคี:
พระราชวัง
ซุ้มหญ้าที่อ่อนนุ่มและมีหญ้าที่เต็มไปด้วยน้ำค้างห่มรับร่างของเธอไว้อย่างอ่อนโยน ไซคีเอนกายลงนอนอย่างสบายบนเตียงหญ้าน้ำค้าง ปราศจากการรบกวนทางจิตใจด้วยการหลับใหลอย่างสงบสุข และเมื่อรู้สึกสดชื่นเพียงพอเธอก็ลุกขึ้น ก่อนที่ดวงตาคู่งามจะทอดไปเห็นป่าละเมาะที่มีต้นไม้สูงใหญ่ตระหง่านแผ่กิ่งก้านและร่องหินที่มีธารน้ำใสส่องประกายราวสายน้ำพุ และที่ใจกลางของป่าไม้ เจ้าหญิงมนุษย์ก็ต้องเผชิญกับปราสาทที่โอ่อ่าและงดงามอย่างน่าอัศจรรย์
ข้างลำธารมีวังหลวงซึ่งไม่ได้สร้างขึ้นด้วยมือมนุษย์ แต่สร้างขึ้นด้วยศิลปะศักดิ์สิทธิ์ ที่มันดูเหมือนจะถูกเนรมิตโดยเทพเจ้า เธอมองดูก็รู้ว่าตั้งแต่วินาทีที่เหยียบย่างเข้ามา เสมือนว่ากำลังมองดูที่อยู่อาศัยอันวิจิตรของเทพเจ้า มีเพดานสูงโค้งซึ่งแกะสลักอย่างวิจิตรงดงามจากงาช้างและไม้มะนาวที่มีกลิ่นหอมรองรับบนเสาสีทอง ผนังถูกปิดด้วยงานนูนสีเงิน รูปปั้นสัตว์ร้ายในฝูงสัตว์ดุร้ายที่พวกมันสบตาได้เมื่อเธอไปถึงประตู พวกมันทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็นผลงานของปรมาจารย์ผู้มีชื่อเสียงสักคน หรือกึ่งเทพ หรือเทพเจ้าผู้ซึ่งมีความละเอียดอ่อนของศิลปะอันยิ่งใหญ่ที่ได้รังสรรค์สิ่งมีชีวิตจากเงินทั้งหมด แม้แต่พื้นก็เป็นกระเบื้องโมเสค รูปภาพที่มีลวดลายจากอัญมณีล้ำค่าที่ตัดเป็นกระเบื้องเล็กๆ
ถนนทางเดินที่ปูประดับด้วยอัญมณีหลากสีสัน งดงามยิ่ง ความสุขสองครั้งหรือมากกว่านั้นคือผู้ที่เหยียบย่ำอัญมณีและอัญมณีที่ส่องแสงเปล่งประกาย!
แต่มันกลับมีแต่ความเงียบสนิทที่ปกคลุม ดูเหมือนไม่มีใครอยู่ภายในนั้นเลยสักคน ไซคีก็ยังก้าวเข้าไปที่นั่นอย่างระมัดระวังเพื่อชื่นชมความวิจิตรอลังการตระการตาตรงหน้านั่น แต่เสน่ห์ดึงดูดใจของสถานที่ที่น่าหลงใหลแห่งนี้ และเธอตกใจเป็นพิเศษเมื่อไม่พบกุญแจ สลัก หรือโซ่ที่จะปกป้องคลังสมบัติแห่งโลกนี้ เธอจึงขยับเข้าใกล้และเมื่อได้รับความมั่นใจมากพอจนกล้าที่จะข้ามธรณีประตู ตอนนี้ความปรารถนาที่จะจ้องมองสิ่งสวยงามเหล่านี้ทำให้เธอสำรวจวัตถุทุกชิ้นอย่างใกล้ชิด
ความยาวและความกว้างของส่วนอื่นๆ ของบ้านนั้นเกินราคาเท่ากัน ผนังที่สร้างด้วยทองคำเนื้อแข็งที่ส่องประกายด้วยความสามารถของตัวเอง เพื่อที่แม้ไม่มีแสงแดด บ้านก็ยังส่องประกายเหมือนกลางวัน ทั้งห้อง ผนัง เสาประตูก็สว่างไสว และการตกแต่งในลักษณะอื่นๆ ทั้งหมดก็ถูกออกแบบมาให้เข้ากันกับตัวอาคารอย่างงดงามยิ่ง ดังนั้นเธอคิดถูกแล้วที่เชื่อว่าที่นี่คือวังสวรรค์ ที่สร้างขึ้นสำหรับเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เพื่อใช้ในการอาศัยยามมาเยือนโลกของเขา
ขณะที่มองไปรอบๆ ตัวด้วยความชื่นชม แต่แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อได้ยินเสียงเอ่ยขาน หากพอเหลียวมองหา ก็ว่างเปล่า ไม่พบใครเพียงสักคน แต่อย่างไรก็ตามเธอสามารถได้ยินคำพูดได้อย่างชัดเจนว่า:
“ท่านหญิงเอ๋ย เหตุใดท่านจึงประหลาดใจในโภคทรัพย์มหาศาลเช่นนี้ ดูเถิด ทุกสิ่งที่ท่านเห็นเป็นไปตามพระบัญชาของท่าน ดังนั้น ก้าวตรงไปในห้องนั่นสิ เพื่อคลายความเหนื่อยล้าบนเตียง และอาบน้ำตามอัธยาศัย เราก็คือหญิงรับใช้ของท่าน และเราจะเอาใจใส่ในความต้องการของท่านอย่างขยันขันแข็ง และเมื่อร่างกายของท่านสดชื่น เราก็พร้อมจะจัดงานเลี้ยง”
ไซคีรู้สึกถึงความเชื่อมั่นในความสุขที่ได้รับจากการจัดเตรียมของสวรรค์ เธอปฏิบัติตามคำแนะนำของเสียงที่แว่วออกมา พักผ่อนบนเตียงนอน ก่อนจะตื่นแล้วจึงทำให้ร่างกายสดชื่นในห้องอาบน้ำ เมื่อเสร็จจากนั้นแล้วเธอก็มองเห็นโต๊ะครึ่งวงกลม เก้าอี้ที่มีเบาะนุ่มๆ และเมื่อพิจารณาจากอาหารค่ำที่วางไว้สำหรับมื้อเย็นทำให้เข้าใจได้ทันทีว่าทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้เพื่อเติมเต็มความพอใจให้แก่เธอ ดังนั้นเจ้าหญิงจึงวางกายลงที่นั่นด้วยความยินดี
เมื่อเธอนั่งลง ทันใดนั้น ถาดบรรจุอาหารและถ้วยน้ำหวานที่ปรากฏขึ้นโดยไร้ร่องรอยของคนรับใช้ พวกเขาดูราวจะโบยบินไปและตั้งอยู่ต่อหน้าเธอราวกับอากาศ เนื้อและไวน์ศักดิ์สิทธิ์ทุกประเภทก็ถูกนำเข้ามา เธอมองไม่เห็นใครต่อหน้า แต่ได้ยินเพียงเสียงจากทุกด้าน หลังจากนำบริการทั้งหมดมาที่โต๊ะ และเมื่อเธอมีความสุขกับงานเลี้ยงที่เลิศเลอหรูหรา และหลังจากมื้ออาหารอันโอ่อ่า โอชา เลิศรส นักร้องคนหนึ่งได้เข้ามาและเริ่มการแสดงที่มองไม่เห็น ในขณะที่นักดนตรีดีดพิณ จากนั้นเสียงของนักร้องประสานเสียงอันไพเราะก็ดังละมุน โดยรับรู้ได้ชัดเจนว่ามีกลุ่มนักร้องประสานเสียงเข้าร่วมเป็นคณะ .. เธอได้ยิน และแม้มองไม่เห็นใครเลย แต่ดูเหมือนประหนึ่งว่าเธออยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย
เล่ม V:4-6 นิทานกามเทพกับไซคี:
สามีลึกลับ
และหลังจากตื่นตาในปราสาทมาจนถึงตอนนี้ไซคีแน่ใจว่าไม่เคยมีการพักผ่อน และการอาบน้ำครั้งใดที่ทำให้เธอรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย หรือแม้แต่การได้ชิมอาหารอร่อยๆ รสเลิศแบบนี้มาก่อน อีกทั้งยังได้ฟังเสียงดนตรีที่สุดแสนจะไพเราะ .. ที่นั่น .. วันทั้งวันเธออยู่เพียงลำพังคนเดียวพร้อมกับเสียง
แต่เมื่อความบันเทิงที่น่ารื่นรมย์สิ้นสุดลง การถือกำเนิดของความมืดคืบคลานเข้ามา ทำให้ไซคีต้องเข้านอน และเมื่อยามราตรีที่ทุกอย่างมืดสนิทลง สัญชาตญาณทำให้เจ้าหญิงผู้เป็นเจ้าสาวสะท้านตัวสั่นด้วยความกลัวเนื่องจากความบริสุทธิ์เดียงสา กลัวการปรากฏตัวที่ไม่รู้จักมากกว่าภัยคุกคามอื่นๆ แต่ตอนนี้เจ้าบ่าวที่ไม่รู้จักของเธอมาถึงและเขาก็ปีนขึ้นมาบนเตียง ด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบาใกล้ใบหู
เจ้าสาวคนใหม่ถูกละเมิดความบริสุทธิ์ สามีนิรนามผู้มาถึงได้ทำให้ไซคีเป็นภรรยาของเขาโดยสมบูรณ์ และจากไปก่อนรุ่งสาง
** (ปล. ช่วงนี้จะมีบท Erotic เพิ่มเติมมาให้..ซึ่งเนื้อหาในบทนี้จะออกแนว *ไม่เหมาะสำหรับเด็ก* จึงต้องแต่งแยกเล่มออกไป และจะหาอ่านเพิ่มกันได้ที่ 'ไซคี ♥ อีรอส : ตอนพิเศษ' หมวดนิยายโรมานซ์ ภายใต้นามปากกา 'แมงมุมใต้เตียง' เท่านั้นจ้า)
และก่อนที่แสงอุษาสีทองจะส่องต้องกาย เขารีบหายออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยเสียงของคนใช้ที่รออยู่ในห้องเพื่อดูแลเจ้าสาวคนใหม่ที่ไม่บริสุทธิ์อีกต่อไป โดยที่สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นสลับเวียนเช่นเดิมอยู่เช่นนี้เป็นเวลาหลายคืน และกิจวัตรที่คงเส้นคงวาตามที่ธรรมชาติกำหนด แต่ด้วยสถานะใหม่ทำให้ไซคีคุ้นเคยกับความสุขด้วยเสียงกระซิบลึกลับที่คอยปลอบโยนความสันโดษของเธอ ในขณะที่พ่อและแม่ของเธอต่างก็งคร่ำครวญและเศร้าโศกกับชะตากรรมของบุตรีสุดที่รักอย่างไม่ผ่อนคลาย
เรื่องราวได้แพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง และพี่สาวของเธอก็รู้ถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น จึงละทิ้งบ้านมาเพื่อเศร้าโศกและคร่ำครวญและปลอบโยนพ่อแม่ผู้ชราของพวกเธอ
หลังจากนั้นคืนหนึ่ง สามีของไซคีได้พูดกับเธอ ผู้ซึ่งที่แม้ว่าเธอจะไม่เคยมองเห็นเขาเลยสักครั้ง แต่เธอก็รู้จักเขาด้วยการสัมผัสและการได้ยิน
“ไซคีผู้แสนหวาน” เขากล่าว “ภรรยาที่รักของข้า ฟอร์ชูนา เทพีแห่งพรหมลิขิตที่โหดร้ายคุกคามเจ้าด้วยอันตรายร้ายแรง ซึ่งข้าต้องการให้เจ้าจงปกป้องด้วยความระมัดระวังอย่างเต็มที่ พี่สาวของเจ้าคิดว่าเจ้าตายแล้ว และด้วยความกังวลนี้ พวกเขาจะขึ้นไปบนยอดผา เมื่อพวกเขาทำเช่นนั้น หากเจ้ามีโอกาสได้ยินพวกเขาคร่ำครวญ อย่าตอบหรือมองไปทางพวกเขา มิฉะนั้น เจ้าจะทำให้ข้าเจ็บปวดที่สุดและนำความพินาศมาสู่ตัวเจ้าเอง”
เธอสัญญาว่าจะประพฤติตนตามที่สามีต้องการ แต่ครั้นล่วงไปในความมืดมิด เธอก็ร่ำไห้คร่ำครวญอย่างเศร้าสร้อย ย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเธอตายแล้วจริงๆ ถูกขังอยู่ตามกำแพงเรือนจำอันหรูหราของเธอ ไร้มนุษยธรรม พูดไม่ออก จะไปบอกกับพี่สาวของเธอไม่ให้คร่ำครวญถึงเธอไม่ได้ และที่แย่กว่านั้นคือเธอมองไม่เห็นพวกเขา
ไซคีกลับไปนอนอีกครั้งโดยไม่ได้อาบน้ำ ไม่แตะต้องอาหารหรือเครื่องดื่มใดๆ เอาแต่ร้องไห้อย่างหม่นหมอง ไม่นานสามีของเธอก็กลับมาหาเธอเร็วกว่าปกติ และพบว่าภรรยาก็ยังคงร้องไห้อยู่ เขากอดเธอไว้ในอ้อมแขนและดุ
“นี่หรือที่เจ้าสัญญากับข้า ไซคีที่รัก? ข้าจะคาดหวังหรือหวังอะไรจากเจ้าได้บ้าง ทั้งวันทั้งคืนเจ้าไม่เคยหยุดทรมานตัวเองแม้อยู่ท่ามกลางความรักของเรา ทำตามที่ใจต้องการ เชื่อฟังคำเรียกร้องอันสุดวิสัยของหัวใจ! แต่จงจำคำเตือนอันเลวร้ายของข้าเมื่อเจ้ากลับใจสายเกินไป”
แต่ไซคีอ้อนวอนเขาโดยขู่ว่าจะตายหากเขาไม่เห็นด้วยกับความปรารถนาที่จะพบพี่สาวของเธอ พูดคุยกับพวกเขา และบรรเทาความเศร้าโศกของเธอ ดังนั้นเขาจึงเข้าร่วมคำอ้อนวอนของเจ้าสาวคนใหม่ และบอกด้วยว่าไซคีสามารถให้ทองหรือเครื่องประดับอะไรก็ได้ที่เธอปรารถนา แต่เขาเตือนเธอครั้งแล้วครั้งเล่า โดยมักขู่ว่าอย่ายอมแพ้ ถ้าพี่สาวของเธอให้คำแนะนำที่ไม่ดีหรือกระตุ้นให้เธอตรวจสอบรูปร่างหน้าตาของเขา มิฉะนั้น ด้วยความอยากรู้อยากเห็น การกระทำอันศักดิ์สิทธิ์ของเธอจะเหวี่ยงเธอจากที่สูงของความโชคดี และเธอจะไม่มีวันสนุกกับการสวมกอดของเขามากไปกว่านี้
เธอขอบคุณเขาและตอนนี้มีความสุขมากขึ้นและร้องไห้:
“หม่อมฉันยอมตายร้อยครั้งดีกว่าถูกขโมยไปจากการสัมผัสอันแสนหวานของท่าน หรือละทิ้งความสุขสูงสุดของการแต่งงานกับท่าน เพราะหม่อมฉันทะนุถนอมท่านด้วยความรัก ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร หม่อมฉันก็รักท่านอย่างสุดซึ้งและรักท่านมากเท่ากับชีวิต แม้แต่ อีรอส กามเทพก็ไม่สามารถเทียบกับท่านได้ แต่ขอโปรดประทานความโปรดปรานนี้แก่หม่อมฉัน หม่อมฉันขอให้ผู้รับใช้ของท่าน เซเฟอร์ เทพแห่งสายลมตะวันตก ให้นำพี่สาวของหม่อมฉันลงมา เช่นเดียวกับที่ก่อนหน้าเขาได้นำหม่อมฉันลอยละล่องลงมา ณ ที่นี่”
ไซคีกดจูบที่เย้ายวนลงบนริมฝีปากของสามี กระซิบคำพูดที่ไพเราะและโอบกระแซะแนบชิด เพื่อทำให้เขาผ่อนคลายและอ่อนโยนลง นั่นเลยยิ่งเพิ่มเสน่ห์ความรักให้กับสามีของเธอ:
“โอ้สามีที่แสนหวานที่รักของหม่อมฉัน .. ท่านคือจิตวิญญาณที่สว่างอ่อนโยน หวานซึ้งของหม่อมฉัน”
แต่ในที่สุดผู้สามีก็ต้องยอมจำนนต่อความแข็งแกร่ง และพลังของเสียงพึมพำที่เย้ายวน ยั่วยวนของเธออย่างไม่เต็มใจ โดยที่สัญญาว่าจะยอมตามใจเธอแล้วทุกอย่าง
“ตกลง ข้าจะอนุญาตให้พี่สาวของเจ้าขึ้นมาที่นี่ แต่ข้าขอเตือนเจ้าอีกครั้งเถอะว่า จงอย่าปล่อยให้พวกเขามีอิทธิพลต่อเจ้ามากเกินไป ถ้าพวกเขาทำเช่นนั้นได้ เจ้าจะทำลายความสัมพันธ์ของเรา และเราทั้งคู่จะทุกข์ทรมานกับมันมาก”
จากนั้นเมื่อแสงอุษาใกล้เข้ามา เขาก็เร้นกายไปจากอ้อมกอดของภรรยาดั่งเช่นทุกครั้ง
** (ปล. ช่วงนี้จะมีบท Erotic เพิ่มเติมมาให้เช่นกัน..ซึ่งเหมือนเดิมว่าเนื้อหาในบทนี้จะออกแนว *ไม่เหมาะสำหรับเด็ก* จึงต้องแต่งแยกเล่มออกไป และจะหาอ่านเพิ่มกันได้ที่ 'ไซคี ♥ อีรอส : ตอนพิเศษ' หมวดนิยายโรมานซ์ ภายใต้นามปากกา 'แมงมุมใต้เตียง' เท่านั้นจ้า)
เล่ม V:7-10 นิทานกามเทพกับไซคี:
สองพี่น้องที่ชั่วร้าย
ขณะเดียวกัน พี่สาวของเธอก็รีบไปที่ผาที่ไซคีถูกทิ้งร้างและร้องไห้คร่ำครวญ ทุบตีอกจนแม้แต่หน้าผาและโขดหินยังสะท้อนกับเสียงคร่ำครวญอันดังนั่น พวกเธอเรียกชื่อน้องสาวที่น่าสงสารจนไซคีวิ่งออกมาจากวังด้วยความตกใจและตัวสั่นเมื่อได้ยินเสียงแห่งความเศร้าโศกของทั้งคู่ดังมาจากเนินผาด้านบน
“เหตุใดจึงเฝ้าทำร้ายตนเองด้วยความเศร้าโศกอันบีบคั้นหัวใจ” เธอร้องไห้ “ข้าพเจ้าที่พวกท่านคร่ำครวญอยู่ที่นี่ หยุดเสียงเศร้าเหล่านั้นและเช็ดน้ำตาที่เปียกแก้มของเจ้าเถอะนะ เจ้าสามารถโอบกอดผู้หญิงที่เจ้าร้องไห้ได้” จากนั้นเธอก็เรียกเซเฟอร์มา ทำให้เขานึกถึงคำสั่งของสามีของเธอ
เขาเชื่อฟังในทันทีและพี่สาวของเธอก็โบกมือตามแบบที่ไซคีทำ สายลมที่พัดเบาที่สุดและพาพวกเธอละล่องจากหน้าผาลงมาอย่างปลอดภัย และพี่น้องทั้งหมดต่างก็ยินดีกับการโอบกอดและจุมพิตกันอย่างกระตือรือร้น และน้ำตาที่ไหลออกเหือดแห้งด้วยความปรารถนาของความปิติยินดี
“เข้ามาสิ” ไซคีร้อง “เข้ามาในบ้านของข้าพเจ้าด้วยความสุขความยินดีและบรรเทาจิตใจจิตใจที่ทุกข์ระทมของพวกท่านข้างๆ ข้าพเจ้าเถิด”
ที่นั่น ไซคีได้พาพี่ๆ ไปชมเหล่าทรัพย์สมบัติอันสูงส่งของบ้านทองคำของเธอ จากนั้นก็ได้เรียกหาเหล่าบริวารที่เป็นเพียงเสียงของเธอ และพวกเขาทั้งหมดก็ได้พากันทำให้ตัวเองสดชื่นผ่อนคลายในอ่างอาบน้ำที่มีกลิ่นหอม และชิมอาหารอันโอชะที่สุดบนโลกใบนี้ และผลของการมีความอุดมบริบูรณ์ในสวรรค์ที่ไซคีมีอยู่เหลือเฟือ พี่ๆ ทั้งสองก็แอบเริ่มบ่มเพาะความอิจฉาริษยาไว้ในใจ พวกเขาเริ่มตั้งคำถามกับไซคีอย่างไม่รู้จบ อยากรู้อยากเห็นและจริงจังว่าใครกันที่เป็นเจ้าของวัตถุศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้? สามีของเธอเป็นคนแบบไหน และเขาเป็นใครในโลกนี้? แต่ไซคีไม่สามารถขับไล่คำสัญญาที่ระลึกได้ตลอดเวลาว่ามันเป็นความลับของเธอและไม่อาจละเมิดคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับสามีของตนได้ ดังนั้นเธอต้องจึงแกล้งตอบว่า เขาเป็นชายหนุ่มรูปงามที่มีเพียงหนวดเคราบนแก้มของเขา ซึ่งใช้เวลาทั้งวันไปกับการล่าสัตว์ในทุ่งนาและเนินเขา แต่แล้วไซคีเองก็กลัวที่จะเปิดเผยบางอย่างหากการพูดคุยยังคงดำเนินต่อไปและทรยศต่อความไว้วางใจที่เธอต้องรักษา ไซคีจึงมอบกองทองและเพชรพลอยไว้ในมือของพวกพี่ๆ เรียกหาเทพสายลมตะวันตกเซเฟอร์ที่นั่นและฝากพี่สาวของเธอไว้ในความดูแลของเขา เพื่อที่เขาจะได้ส่งคืนทั้งคู่กลับขึ้นสู่หน้าผาเบื้องบน
และเมื่อมาถึงตอนนี้ พี่น้องสตรีผู้น่ารักทั้งคู่ผู้ที่ต่างตกเป็นเหยื่อของความริษยาก็เริ่มบ่นพึมกันเสียงดัง
“โอ โชคชะตาที่มืดบอด โหดร้าย และชั่วร้าย”
คนหนึ่งร้องขึ้น
“เจ้ามีความยินดีไหมที่เราซึ่งเป็นลูกสาวที่มีพ่อแม่เดียวกัน ควรได้รับชะตากรรมที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง? เราคือพี่ๆ ที่ต้องอยู่อย่างผู้ถูกเนรเทศห่างไกลจากครอบครัว ถูกผูกติดเป็นทาสสามีต่างด้าว ต้องพลัดถิ่นจากบ้านเมือง ในขณะที่ไซคีน้องสุดท้องกลับได้ทรัพย์สมบัติดังกล่าวและเป็นเทพเจ้าของสามีหรือไม่? น้องสาว เจ้าเห็นเพชรเม็ดงามทั้งหมดวางอยู่รอบวังนั้นหรือไม่? เจ้าเห็นเสื้อผ้าที่แวววาวและอัญมณีที่เปล่งประกายเหล่านั้น และทองคำทั้งหมดนั้นอยู่ใต้เท้าของเราหรือไม่? ทำไมเธอถึงไม่รู้วิธีใช้มันด้วยซ้ำ! หากเธอรักษาสามีที่หล่อเหลาของเธอไว้ได้ เธอจะเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก และบางทีเธออาจหวังว่าการแต่งงานของพวกเขาจะคงอยู่ต่อไปและความรักของเขาที่เพิ่มขึ้น สามีอันศักดิ์สิทธิ์ของเธอจะทำให้เธอเป็นเทพธิดาเช่นกัน แค่นั้นแหละ นั่นเป็นเหตุผลที่เธอประพฤติตัวและทำตามที่เธอทำ! เด็กสาวเหม่อมองไปบนสวรรค์แล้วทะยานสู่พระเจ้าด้วยเสียงที่มองไม่เห็นซึ่งรับใช้เธอ และเธอก็ออกคำสั่งสายลมได้ ในขณะที่มองดูข้าพเจ้าที่ยากจนกับสามีที่แก่กว่าพ่อ หัวโล้นเหมือนฟักทอง และอ่อนแอเหมือนเด็กน้อย ที่ทำให้บ้านนี้กลายเป็นคุกด้วยสลักและโซ่ตรวนของเขา!”
อีกคนบ่น:
“สำหรับข้าพเจ้า ผู้มีสามีที่ตัวงอโค้งคำนับตลอดเวลาด้วยโรคข้ออักเสบ และเขาแทบไม่เคยแสดงความเคารพต่อเสน่ห์ของข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้าต้องนวดนิ้วที่บิดเบี้ยวและเยือกแข็งของเขาตลอดไป และมันก็ทำให้มือที่บอบบางเหล่านี้ของข้าพเจ้าเปื้อนด้วยสิ่งที่น่ารังเกียจ ผ้าพันแผลที่สกปรก และยาพอกที่มีกลิ่นเหม็น แทนที่จะรับบทบาทเป็นภรรยาธรรมดา ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นภาระที่ต้องเป็นหมอของเขา .. ตัดสินใจด้วยตัวเอง พี่สาวที่รัก .. ด้วยความอดทน และหากให้ข้าพเจ้าบอกตามตรงถึงความเป็นทาสที่ท่านจะต้องทนกับสถานการณ์นี้ .. แต่การพูดเพื่อตัวข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าจะไม่ทนกับชะตากรรมที่น่ายินดีเช่นนี้ที่สืบต่อมาจากผู้หญิงที่ไม่คู่ควร แค่คิดถึงความภาคภูมิใจและความเย่อหยิ่งที่เธอแสดงให้เราเห็น .. ความเย่อหยิ่ง .. ความโอ้อวดของการแสดงที่ไม่สุภาพของเธอ .. ความไม่เต็มใจที่เธอโยนเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆ ให้เราจากกรุสมบัติของเธอ .. แล้วเมื่อเธอเบื่อหน่ายกับการปรากฏตัวของเราก็จึงสั่งขับให้เราออกไปอย่างรวดเร็ว เป่านกหวีดและปลิวไป! ถ้ายังมีลมหายใจอยู่ในตัวข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้หญิง ข้าพเจ้าอยากจะเห็นเธอถูกโยนลงมาจากกองทองนั่น และถ้าท่านรู้สึกว่าถูกดูหมิ่นจากเธอเช่นกัน อย่างที่ควรเป็น มาวางแผนที่ใช้การได้ระหว่างเรา อย่าให้พ่อแม่ของเรารู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ และซ่อนสิ่งเหล่านี้ที่เธอมอบให้เรา: เพียงพอแล้วที่เราสองคนได้เห็นสิ่งที่ทำให้เราเสียใจที่เห็นในตอนนี้ นับประสาที่เราควรนำข่าวอันรุ่งโรจน์ของเธอไปสู่พวกเขาและโลกใบนี้ .. ไม่มีสง่าราศีในความร่ำรวยที่ไม่รู้จัก เธอจะต้องพบว่าเราเป็นพี่สาวของเธอ ไม่ใช่คนรับใช้ของเธอ ตอนนี้เราคงต้องกลับไปหาสามีและบ้านที่เรียบง่ายแต่น่านับถือของเรา และเมื่อเราได้ไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างรอบคอบแล้ว ให้กลับมามีกำลังและลงโทษความเย่อหยิ่งของเธอ”
แผนการร้ายนี้ทำให้พี่น้องสตรีผู้ชั่วร้ายทั้งสองพอใจมาก
พวกเธอซ่อนของกำนัลราคาแพงทั้งหมด ดึงทึ้งผมและตบแก้มตีตัวตามที่พวกเขาสมควรจะทำ
โดยไม่ช้าพวกเธอก็กลับไปเปิดบาดแผลพ่อแม่ให้ตระหนกใจ จนเบ่งบวมด้วยพิษแห่งความเศร้าโศกอีกครั้ง จากนั้นพวกเขารีบกลับบ้านเพื่อวางแผนก่ออาชญากรรมทำลายต่อน้องสาวผู้บริสุทธิ์ แม้กระทั่งการสังหาร
เล่ม V:11-13 นิทานกามเทพกับไซคี:
คำเตือนของอีรอส
และในไม่ช้าไซคีก็ตั้งท้อง
ในขณะเดียวกันสามีที่มองไม่เห็นของเธอในการเยี่ยมทุกคืน เตือนเธออีกครั้งว่า:
“ดูเถอะว่าเจ้าตกอยู่ในอันตรายแค่ไหน เทพีแห่งโชคชะตากำลังวางแผนมาแต่ไกล แต่ในไม่ช้า เว้นแต่เจ้าจะระมัดระวังอย่างเข้มงวด นางจะโจมตีเจ้าแบบซึ่งๆ หน้า .. หมาป่าตัวเมียที่ทรยศเหล่านั้นกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อกระทำการชั่วต่อเจ้าโดยล่อใจให้เจ้าตรวจสอบคุณสมบัติของข้า ซึ่งหากเจ้าโชคดีที่ได้เห็น แต่อย่างที่ข้าได้บอกไปแล้ว เจ้าจะไม่มีวันได้พบข้าอีก ดังนั้นหากแม่มดจอมดื้อเหล่านี้ที่มีจิตใจติดอาวุธชั่วร้ายย้อนกลับมาอีก อย่างที่ข้ารู้ว่ามันจะกลับมา เจ้าต้องไม่สนทนากับพวกเขา และหากในความไร้เดียงสาและความอ่อนโยนที่แท้จริงของเจ้า เจ้าอาจจะอดทนหรือยั้งใจไม่ไหว อย่างน้อยที่สุด ถ้าพวกเขาพูดถึงข้า จงอย่าฟัง หรือเจ้าต้องไม่ตอบ .. เจ้ารู้แล้วว่าครอบครัวของเราจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้น ลูกของเจ้า และครรภ์นี้ของเจ้าต้องคลอดบุตรอีกคนหนึ่ง ผู้ซึ่งถ้าเจ้าเก็บความลับของเราไว้เงียบๆ จะเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าเจ้าจะดูหมิ่นมันก็ตาม .. มัตตัย”
ไซคีเบิกบานกับข่าวนี้ ดีใจมากที่จะได้ให้กำเนิดทารกศักดิ์สิทธิ์ เธอสรรเสริญและเปรมปรีดิ์ในสง่าราศีของผู้ที่เกิดมา และปรีดายิ่งในนามมารดา เธอนับวันที่ครรภ์ขยายเติบโตไปพร้อมกับวันและเดือนที่ผ่านไป และในฐานะมือใหม่ที่ไม่รู้ว่าภาระหนักของเธอคืออะไร เธอรู้สึกทึ่งกับการเติบโตของครรภ์ที่เดือดปุดๆ จากเข็มหมุดเล็กๆ
แต่ความโกรธแค้นและโรคระบาดพิโรธเหล่านั้น พี่สาวของเธอ ผู้ที่หายใจด้วยพิษงูกำลังแล่นเข้าหาเธอด้วยความเร็วอย่างไร้ความปราณี ตอนนี้สามีของเธอเตือนไซคีเป็นครั้งที่สองว่า:
“ดูเถิด วันสุดเลวร้าย อันตรายสุดท้ายจากความอาฆาตพยาบาทและเลือดเนื้อที่เป็นศัตรูได้จับอาวุธมุ่งมาหาเจ้า สร้างค่ายเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้และส่งเสียงการโจมตี บัดนี้ พี่สาวที่ชั่วร้ายทั้งสองชักดาบออกมาวาดอยู่ที่คอและพร้อมที่จะสังหาร ภัยพิบัติใดที่คุกคาม ไซคีที่รัก! สงสารตัวเองและข้าเถิด ด้วยความละเอียดรอบคอบและความอดกลั้น เจ้าสามารถปลดปล่อยบ้าน สามีของเจ้า ตัวเจ้าเอง และลูกของเราจากอันตรายอย่างใหญ่หลวงที่ใกล้เข้ามาคุกคาม อย่าเชื่อหรือฟังหญิงชั่วเหล่าที่มีนิสัยชอบฆ่าฟัน คนที่ต้องสาปที่ละเลยสายเลือดเพราะความเกลียดชังอันใหญ่หลวงและการละเมิดความเป็นพี่น้อง ซึ่งทั้งสองไม่สมควรที่จะเรียกว่าเป็นพี่สาวของเจ้า พวกเธอจะเอนกายลงมาจากยอดผา ร้องเพลงเหมือนไซเรน แล้วทำให้โขดหินดังก้องไปด้วยความตาย”
คำตอบของเธอเกือบจะหายไปด้วยแรงสะอื้นทั้งน้ำตา เธอตอบเขาว่า:
“โอ้ สามีที่รัก .. ก่อนหน้านี้ท่านเองก็ทรงขอหลักฐานการแสดงความจงรักภักดีและมีประสบการณ์ในการทดลองศรัทธาของของหม่อมฉันมาช้านาน ตอนนี้ท่านก็จะพบว่าหม่อมฉันเป็นคนเด็ดเดี่ยวคงมั่น ดังนั้นอย่าทรงสงสัยเลยว่าข้าพเจ้าก็จะยืนหยัดในสิ่งเดียวกันที่เคยทำมา โดยตั้งใจว่า ถ้าท่านทรงกำชับหม่อมฉันว่าอย่าได้ดูพระพักตร์อันน่าเคารพของท่าน และถ้าหม่อมฉันที่ไม่อาจเห็นพระพักตร์ศักดิ์สิทธิ์ของท่านได้ ในขณะที่หม่อมฉันก็มุ่งหวังว่าจะได้เห็นรูปลักษณ์ของท่านในตัวบุตรที่ยังไม่เกิดของเรา อย่างน้อย หม่อมฉันก็เรียนรู้ได้จากความละเอียดอ่อนและอ่อนโยนอันน่ารื่นรมย์ ด้วยกลิ่นหอมของซินนามอนที่ประดิษฐานอยู่บนพระเศียรของท่าน โดยที่พระอุระกว้างของท่านนั้นอบอุ่นและแผดเผาอย่างน่าพิศวง หม่อมฉันขอให้ท่านทรงยอมจำนนต่อการสวดอ้อนวอนด้วยความรักของผู้วิงวอนที่โหยหา เติมเต็มจิตวิญญาณของจิตใจที่ทุ่มเทและมุ่งมั่นของท่านด้วยความปิติอีกครั้ง หม่อมฉันจะไม่ถามเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของท่านอีกต่อไป จะกอดท่านไว้ในอ้อมแขนของหม่อมฉัน แม้แต่ความมืดในยามค่ำคืนก็ไม่อาจทำร้ายหม่อมฉันอีกต่อไป เพราะท่านคือแสงสว่างของหม่อมฉัน .. ดังนั้น โปรดมอบคำสั่งให้เซเฟอร์ผู้รับใช้ของท่านอีกครั้ง: ปล่อยให้เขาทำงานของเขา”
ด้วยคำพูดและสัมผัสอันหอมหวานอันรุนแรงและถูกบังคับด้วยที่เสน่ห์เธอมักจะโอบกอดอ้อนวอน สามีจึงยอมจำนน ปาดน้ำตาของเธอด้วยผมของเขาและมอบข้อตกลงกับเธอ จากนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็วก่อนแสงแห่งวันใหม่จะแตะขอบฟ้าอย่างที่เคยเป็นมาแต่เดิม
เล่ม V:14-21 นิทานกามเทพกับไซคี
สองพี่น้องร่วมสมรู้ร่วมคิด [1]
พี่สาวของเธอลงจอดที่ท่าเรือที่ใกล้ที่สุด โดยไม่พักและไม่ลำบากใจที่จะไปเยี่ยมพ่อแม่ของตน
บัดนี้ ก็เร่งรีบไปที่หน้าผาด้วยความประมาทเลินเล่อ พวกเธอไม่คิดจะแม้รอสายลมของผู้ดูแล
เหวี่ยงตัวกระโจนลงไปในอากาศ, เซเฟอร์ตระหนักถึงคำสั่งของเจ้านายจึงจับพวกเธออย่างไม่เต็มใจไว้ในรอยพับของเสื้อคลุมไร้ตัวตนของเขาและแล้ววางลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล ..
โดยไม่ลังเลเลยสักนิด
พวกเธอเดินเข้าไปในวังเคียงข้างกัน และโอบกอดเหยื่อของพวกเธอด้วยความเสน่หา ประจบประแจงสอพลอไซคี โดยปกปิดส่วนลึกของการทรยศหักหลังของพวกเธอด้วยรอยยิ้มที่น่าพึงพอใจ
“โอ้น้องสาวที่รัก ไซคี” พวกเธอกล่าว “เจ้าจะไม่ใช่เด็กสาวตัวเล็กๆ ที่เคยเป็นอีกต่อไป ตอนนี้เจ้ากำลังจะกลายเป็นแม่ เราจะมีความสุขเพียงใดที่ได้เห็นทารกคนนี้หล่อเลี้ยงท่ามกลางขุมทรัพย์มากมาย ลองคิดดูว่าการที่ภาระของเจ้าจะเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีสำหรับเราในสิ่งนั้น! เจ้าจะเติมเต็มตระกูลของเราด้วยความปิติยินดียิ่ง! โอ้! เราจะโชคดีสักเพียงไรที่ได้ร่วมดูแลเด็กคนนี้ ซึ่งถ้าเป็นไปตามเช่นบิดาทารก ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากามเทพตัวน้อยที่สมบูรณ์แบบกำลังจะถือกำเนิด”
ด้วยการเสกสร้างความรู้สึกที่แสดงเช่นนี้ พวกเธอจึงค่อยๆ มีอิทธิพลต่อจิตใจของน้องสาว
เมื่อผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางด้วยการพักผ่อน และสดชื่นด้วยการอาบน้ำอุ่นที่มีไอระเหย พวกเขาก็รับประทานอาหารที่อุดมสมบูรณ์และเนื้อที่มีรสชาตหวานอร่อยลิ้นอย่างดี
ไซคีสั่งให้พิณเล่น มันก็บรรเลง; ขลุ่ยหวีดทำนองกระฉับกระเฉง พร้อมคณะนักร้องประสานที่ส่งเสียงก้องกังวาน เสียงเหล่านั้นที่ไม่มีนักดนตรีที่มองเห็นได้ลูบไล้จิตวิญญาณของผู้ฟังด้วยท่วงทำนองที่ไพเราะที่สุด
อย่างไรก็ตาม ความชั่วร้ายของผู้หญิงที่ถูกสาปเหล่านี้ไม่ได้ถูกระงับโดยเสียงอันไพเราะเหล่านั้นเลย
พวกเขาหันการสนทนาตามอุบายหลอกลวงไปทางสามีของเธอ:
เขาเป็นคนแบบไหน?
กำเนิดและภูมิหลังของเขาเป็นอย่างไร?
และในความไร้เดียงสาที่บริสุทธิ์ของเธอ ไซคีลืมคำประดิษฐ์ที่เคยตอบเอาไว้เมื่อครั้งก่อนหน้าเธอจึงแต่งนิยายบทใหม่ โดยอ้างว่าเขามาจากแคว้นใหญ่ใกล้เคียง เป็นพ่อค้าผู้กว้างขวางวัยกลางคนที่มีมีหนวดเคราและผมหงอกขาว
ซึ่งเมื่อเธอพูด ไซคีได้กองของขวัญฟุ่มเฟือยให้พวกเขาอีกครั้ง และขอให้ เซเฟอร์ไปส่งพวกเขาโดยไม่ทำให้การสนทนายืดเยื้อ และเมื่อลมหายใจอันเงียบสงบของเซเฟอร์ลอยสูงส่งขึ้นไป พวกเธอก็กลับบ้านโดยพูดอย่างประชดประชันว่า
“พี่สาวเอ๋ย พูดอะไรกับคำโกหกอันมหึมาที่ประจักษ์ชัดของเด็กโง่คนนั้น? ตอนแรกนางบอกว่าสามีของนางเป็นชายหนุ่มที่มีหนวดเครางอกขึ้นใหม่ ตอนนี้เขาคือชายวัยกลางคนแล้วและมีผมหงอก อันใดเล่า ใครจะสามารถเปลี่ยนจากวัยหนึ่งไปสู่อีกวัยได้กระทันหันในเวลาอันสั้นถึงแก่ได้ขนาดนี้? หาไม่ คำตอบก็คือนางกำลังประดิษฐ์คำโกหกที่ยิ่งใหญ่ มิฉะนั้น ก็ไม่รู้ว่าสามีของนางหน้าตาเป็นอย่างไร ไม่ว่าในกรณีใด และเราจะต้องแยกนางออกจากความร่ำรวยในไม่ช้า ถ้านางไม่รู้จริงๆ ว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร นางคงแต่งงานกับพระเจ้าแล้ว และนั่นต้องเป็นทารกศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าที่ครรภ์ของนางถืออยู่ ถ้านางกลายเป็นแม่ของเทพ และอย่าหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น ข้าพเจ้าจะผูกบ่วงและแขวนคอตัวเอง เหตุฉะนั้น ให้เรากลับไปหาพ่อแม่ของเรา และสานใยแมงมุมให้เข้ากับรูปแบบแผนการแต่งแต้มเรื่อง”
พวกเขาทักทายพ่อแม่อย่างเย่อหยิ่ง หงุดหงิดใจ และใช้เวลาทั้งคืนที่วุ่นวายตื่นตัว
ในเวลาเช้าตรู่ ทั้งคู่รีบไปที่หน้าผา และด้วยความช่วยเหลือเช่นเคยของสายลมที่โฉบลงมาอย่างโกรธเคือง พวกเขาขยี้ตาเพื่อบีบน้ำตา ทักทายหญิงสาวด้วยความเจ้าเล่ห์:
“เจ้านั่งอยู่ที่นั่น รู้สึกโชคดีและมีความสุข โดยเพิกเฉยต่อความทุกข์อันเลวร้าย ประมาทจากอันตรายของเจ้า ขณะที่เราตื่นอยู่ทั้งคืน นอนไม่หลับเพราะกังวลถึงปัญหาของเจ้า ทุกข์ทรมานอย่างน่าเศร้าจากภัยพิบัติที่ใกล้จะเกิดขึ้นของเจ้า เรารู้ความจริงแล้ว เจ้าเห็นแล้ว และการแบ่งปันในความเจ็บป่วยและความทุกข์ยากของเจ้า เราไม่สามารถซ่อนมันจากเจ้าได้: สิ่งที่นอนอยู่ข้างเจ้าซึ่งปกคลุมไปด้วยความมืดคือพญานาคขนาดมหึมา ปมขดลวดที่ลื่น กรามที่อ้าปากค้างที่เต็มไปด้วยเลือดของมันคือพิษที่เป็นสิ่งชั่วร้าย จำคำพยากรณ์ของอพอลโล ผู้ที่ทำนายว่าเจ้าถูกกำหนดให้แต่งงานกับสิ่งมีชีวิตที่ดุร้ายโหดเหี้ยม, พวกเหล่านายพราน ชาวนาและคนอื่นๆ รอบๆ ที่นี่ยืนยันว่าเห็นเขาเมื่อคืนนี้ ขณะที่เขากลับจากทุ่งหญ้าและว่ายน้ำข้ามแม่น้ำ โดยที่พวกเขาเหล่านั้นกล่าวอย่างไม่ต้องสงสัยว่า ในไม่ช้า เขาจะเลิกหล่อเลี้ยงเจ้าด้วยเครื่องบูชาอันน่ายินดีที่เขาปรนเปรอเจ้าอยู่ แต่เมื่อ เวลาคลอดใกล้จะถึงแล้ว เขาจะกินทั้งเจ้าและลูกของเจ้า ดังนั้น เจ้าต้องตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจ้าจะฟังพี่สาวของเจ้าที่เป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้า หลีกเลี่ยงความตาย และอยู่กับเราโดยปราศจากอันตรายหรือไม่? หรือเจ้าต้องการที่จะจบชีวิตลงในท้องของสัตว์ดุร้ายในพระวรกายของพระองค์นั้น? หากเจ้าพอใจในความสันโดษของสถานที่พักผ่อนในชนบทอันโดดเดี่ยวของเจ้า ความเพลิดเพลินชั่วร้ายและอันตราย โอบกอดความรักที่ซ่อนเร้น การโอบกอดของงูพิษ อย่างน้อย พี่สาวน้องสาวผู้เป็นที่รักก็ได้ทำหน้าที่ของเราเพื่อเตือนเจ้าแล้ว”
เล่ม V:14-21 นิทานกามเทพกับไซคี
สองพี่น้องร่วมสมรู้ร่วมคิด [2]
**** เรื่องราวยังมีให้อ่านต่อ โปรดรออ่านตอนต่อไปด้วยนะคะ นิยายจะนำมาวางให้อ่านต่อเนื่องจนจบ 'ยกเว้นตอนพิเศษ ที่สามารถติดตามอ่านกันได้ที่ฉบับ eBook เท่านั้นค่ะ' ****